รูปแบบลักษณะเตาเผาถ่าน

1.เตาดินเหนียวซึ่งการลงทุนก่อสร้างต่ำมากหรือไม่มีค่าวัสดุอุปกรณ์เลยก็ว่าได้ การก่อสร้างก็ใช้ดินเหนียวก่อ ซึ่งดินเหนียวหาได้ตามพื้นที่ต่างๆได้ตลอด คุณภาพถ่านที่ได้ก็ถือว่าคุณภาพดี แต่การสูญเสียจะมากกว่าเตาแบบอื่น
2.เตาอิฐก่อ ซึ่งส่วนมากก่อสร้างเตาลักษณะนี้เพื่องานอุตสาหกรรม เป็นส่วนมากเนื่องจากว่า ผลิตถ่านได้ออกมาต่อการเปิดเตา 1 ครั้งได้จำนวน ถ่านมากกว่าเตาดินธรรมดา การลงทุนก่อสร้าง จะสูงกว่าเตาดินเหนียวเนื่องจากว่าต้องใช้อิฐก่อเป็นรูปเตา หลังจากนั้นก็ต้องใช้ดินเหนียวเป็นตัวประสารก้อนอิฐให้ติดกันเป็นรูปทรงของ เตา การก่อสร้างเตาอิฐก่อไม่ใช้ปูนซีเมนต์ เนื่องจากว่าสำประสิทธิ์การขยาย ตัวของอิฐกับปูนไม่เท่ากันเมื่อเตาร้อน จะทำให้เตาเผาถ่านแตกหรือว่าร้าวได้ ถ้าหากว่าเราใช้ดินเหนียวแทนปูนการขยายตัวก็จะน้อย รอยร้าว ร้อยแตกของเตาก็จะน้อย อายุการใช้งานของเตาก็นานด้วย
3.เตาอิวาเตะ ซี่งรูปแบบเตาลักษณะนี้นำต้นแบบมาจากประเทศญี่ปุ่น เพราะว่าประเทศญี่ปุ่นเนี่ยเป็นเจ้าของเทคโนโลยีของการผลิตถ่านเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเตารูปทรงนี้เป็นรูปแบบที่พัฒนาจากเตาดิน และเตาอิฐ ให้ผลผลิตถ่าน ออกมาได้คุณภาพดี ผลผลิตถ่านได้ปริมาณมาก ได้น้ำส้มควันไม้ออกมาเยอะ แต่การลงทุนก่อสร้างจะสูงกว่าเตาดินและเตาอิฐก่อ เนื่องจากว่าอิฐที่ใช้ก่อมีปริมาณ มากกว่า และการก่อสร้างยุ่งยากมาก ซึ่งต้องให้ผู้มีความรู้หรือว่า มีความเชีี่ยวชาญในการก่อสร้างเป็นคนทำ เตาที่สร้างได้ถึงจะมีคุณภาพดี ในงานเผาถ่านภาคอุตสาหกรรม ถ้าใช้เตาลักษณะนี้จะเป็นการการันตี คุณภาพด้วยว่าใช้เทคโนโลยีจากเจ้าตำหรับทำถ่านจากญี่ปุ่น เป็นการยืนยันคุณภาพของถ่านด้วยว่า คุณภาพดีชัวส์
4.เตาเผาไฮเทค ของคุณ ณรงค์ นะครับ ยังไม่มีการวิจารณ์หรือว่าการันตีเรื่อง คุณภาพของถ่านนะครับ แต่พอทราบข้อมูลว่าใช้เวลาการเผาถ่านสั้นมากแค่ 1.5 ชั่วโมงก็ได้ถ่านออกมาใช้แล้ว น่าสนใจดีเหมือนกัน
5.เตาเผาถ่านของบริษัทอุสา ก็ยังไม่มีบทวิจารณ์เกี่ยวกับเตานี้เหมือนกันกับของ คุณ ณรงค์นะครับ แต่เห็นบอกว่าระยะเวลาในการเผาถ่านเพียง 36 ชั่วโมง เตาหนึ่งก็ได้ถ่านประมาณ 7-10 กระสอบ
6.เตาเผาถ่านรุ่นใหม่ ของคุณ ศิริรัตน์ รุ่น MES-20

  1. ระบบสามารถผลิตถ่านออกมาให้ได้ขนาดเล็กไม่ต้องนำมาบดก่อนที่จะทำ ถ่านอัดแท่ง
  2. เครื่องใช้เวลาเพียง 45 นาที ในการทำวัตถุดิบให้เป็นถ่าน
  3. ตัวเครื่องมีการติดตั้งตัวควบคุมอุณหภูมิอยู่ที่ 500+-(50) เมื่อเครื่องทำงาน ไปไ ด้ 1 ช.ม. โดยประมาณอุณหภูมิในเตาเผาจะถึง 550 เครื่องจะหยุดทำงาน จนกว่าอุณหภูมิจะลดลงมาที่ 450 ซึ่งใช้เวลา ประมาณ ? นาที เครื่องจะเริ่มทำงาน อีกครั้งเพื่อเพิ่มอุณหภูมิในเตา เมื่อผ่านไป 1 นาที อุณหภูมิในเตาจะกลับมาที่ 550 อีกครั้ง เครื่องจะหยุด เป็นอย่างนี้ไปตลอดการทำงานทำให้เราสามารถประหยัดไฟฟ้า และเชื้อเพลิงได้ประมาณ 30%
  4. เครื่องออกแบบให้สามารถเก็บควันจากการเผาไหม้มาควบแน่นเป็นน้ำส้มควันไม้ ได้ประมาณ 5-8 % ของวัตถุดิบซึ่งนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างและเป็นที่ต้องการ ของท้องตลาด ถ้านำออกขายจะได้ราคาที่ประมาณกิโลละ 80-120 บาท
  5. ควันที่เหลือจากการควบแน่นส่วนหนึ่งระบบจะนำกลับมาเป็นเชื้อเพลิงในการเผาไหม้ ทำให้ไม่ต้อง ใช้เชื้อเพลิง ในการเผาไหม้ ต่อ(ใช้เชื้อเพลิงตอนเริ่มทำงานเท่านั้นพอผ่านไป 1 ช.ม.ไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงแล้วหรือเติมในปริมาณ ที่น้อยลง ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่นำมาเผา) หรือนำไปเป็น เชื้อเพลิงสำหรับต้นกำเนิดพลังงานชนิดอื่น
  6. ควันที่เหลือทิ้งมีเพียงเล็กน้อยไม่เป็นมลภาวะต่ออากาศ
  7. ถ่านที่ได้จะมีคุณภาพดีสม่ำเสมอเพราะสามารถตั้งอุณหภูมิของเตาให้อุณหภูมิของเตา ทั่วทุกจุด มีอุณหภูมิเท่าเทียมกัน กะลามะพร้าว 1 ตัน จะให้ผลผลิตดังนี้ ถ่าน 250 กิโล น้ำส้มควันไม้ 50 KG. ซึ่งเป็นกรดน้ำส้มที่มีประโยชน์หลายอย่าง อย่าง ราคาขายในท้องตลาดอยู่ที่ 70-120 บาท / กิโล ยางมะตอย 50 KG. เครื่องมีหลายขนาดให้เลือกตั้งแต่ กำลังการผลิต 20-1000 ก.ก. /ช.ม.

Incinerator2.jpg